ทุกๆคนคะ นี่คือฟิก AU The Hobbit โดยคุณขวัญ (Kwanie) สมาชิกท่านนึงในบอร์ดเชอร์ล็อกของเราค่ะ คุณขวัญไม่มี Exteen เลยฝากเราเอามาลงค่ะ ตลกมากมาย เป็นเรื่องราวแนวละครไทยของเหล่าเด็กช่างกลทั้งสิบสาม กับน้องโบว์นักเขียนนิยาย ที่วันนึงต้องเดินทางไปกับเด็กช่างกล เพื่อทวงสมบัติต้นตระกูลของนายช่างธอรินทร์คืน จากมาเฟียในคราบนายแบงค์ "สมร มังกรแดง" 
 
-   -    -    -    -
 

สโนว์โบว์และคนแคะทั้ง 13 บทที่ 1

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในขณะที่แม่หญิงเพลาดำนา (Belladonna) กำลังตั้งท้อง นางได้ฝันว่าจะได้ลูกสาว ประกอบที่ช่วงท้องนางต้องฟังเพลงโบว์รักสีดำเพื่อแก้เครียด นางจึงตั้งชื่อลูกไว้ว่าโบว์

สามีของนางชื่อ บักโก๋ แบ่งกิน (Bungo Baggins) เป็นไฮโซบ้านนอก ตระกูลแบ่งกินสายตรง จึงเป็นเศรษฐีย่อยๆ ณ หมู่บ้านที่ปลูกผักขึ้นช่ายขาย (Shire) บักโก๋ดีใจที่จะมีทายาท เตรียมการดิบดีต้อนรับลูกน้อย คิดว่าในที่สุดไอ้พวกญาติๆ ที่ชอบมาขอแบ่งกิน ตามชื่อตระกูลจะได้มาเสนอหน้าน้อยลงเพราะหมดโอกาสได้มรดกแล้ว

 

แต่อนิจจาเมียดันตายตอนคลอดลูก แถมลูกที่ออกมาเป็นตัวผู้อีกนี้  แต่บักโก๋ก็ไม่อยากเปลี่ยนชื่อโบว์ที่เมียหวังตั้งไว้ เลยเติมบิลเข้าไปเพราะบักโก๋ชื้นชอบเพลงชองบิลลี่ โอแกนมากๆ ลูกน้อยจึงชื่อว่า บิลโบว์ แบ่งกิน (Bilbo Baggins) แต่บักโก๋ก็เรียกลูกน้อยว่าน้องโบว์เป็นชื่อเล่นตลอด

อย่างที่รู้กันว่าตระกูลแบ่งกินนี้ ใครๆ ก็หวังมาแบ่งกิน บักโก๋เลยพร่ำสอนน้องโบว์ว่าคนเข้ามานั้นหวังแต่จะเอาสมบัติ และเลี้ยงดูน้องโบว์แบบไข่ในหิน น้องโบว์เองก็เหมือนแม่ที่ชื่นชอบฟังเพลงโบว์รักสีดำมาก ก็รู้ได้ถึงความไม่จริงใจของคน และถึงแม้ผมน้องโบว์จะสีอ่อนเหมือนการ์ตูนตาหวานสวยเป็นหลอนยักโศก แต่น้องโบว์รู้ว่าตัวเองก็เตี้ยม้อต้อ พุงก็มี หน้าตาก็ออกแบบพ่อ ไม่ได้หล่อหรือสวยเลย ฉะนั้นน้องโบว์รู้ได้ทันทีว่าใครมาหยอดคำหวานหาได้จริงใจไม่ น้องโบว์จึงทำตัวเป็นเหมือนชีจำวัดไม่เปลี่ยนแปลง แม้กระทั้งบักโก๋จากไปแล้วก็ตาม

 

ถึงจะเรียนจบอักษรได้เกียรตินิยม ก็ไม่ได้เข้าสังคมอะไร ทำงานเป็นนักเขียนนิยายเงียบๆ ใช่ชื่อนามปากกาว่า หอบบิด (Hobbit) เพราะเรื่องแต่ละเรื่องที่น้องโบว์เขียนนั้น ทั้ง angst ทั้งโศก จนคนอ่านสงสัยว่านักเขียนหอบบิดนี้เป็นมาโซหรือซาดิสหรือไง ถึงได้ทำร้ายคนอ่านเป็นยิ่งนัก น้องโบว์เองก็หวังว่าจะมีคนรู้ใจข้างกายสักคนแต่มันไม่มีมาซะทีนี้สิ ได้แต่เฝ้ารอเลยไม่รู้จะเขียนเรื่องรักหวานซึ้งแฮ็ปปี้เอนดิ้งยังไงในเมื่อตัวเองยังไม่เคยมีประสบการณ์

 

แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่น้องโบว์กำลังอัดยาดมหลอดคู่ใส่จมูกชมนกชมไม้หน้าบ้าน ลุงแก่ซกมกขี่ซาเล้งมาบังวิวเฉยเลย

 

“พ่ออุ้ย จะเอาจะได๋?” (คุณลุงจะเอาอะไรเหรอ)

“น้องโบว์ตัวน้อย ไม่เจอเดี๋ยวเดียว ไม่พูดเป็นภาษากลางกับลุงแล้วเหรอ”

 

น้องโบว์เปลี่ยนเสียงในซาวน์ทันที “แล้วลุงเป็นใครละจะ ที่นี้เมืองเหนือ ลุงดูยังไงก็ไม่เหมือนคนกลาง”

 

“ลุงแกนดาบไง (Gandalf) น้องโบว์จำลุงขี่ซาเล้งมาจุดพลุงานวัดประจำไง”

 

“จำได้แล้ว ธุรกิจลุงยังไม่ตายหรือนี้ มายังไง มีงานแถวนี้เหรอ?”

 

ลุงแกนดาบคิ้วกระตุก นิดๆ แต่ละไป “เปล่า ลุงเห็นว่าตั้งแต่บักโก๋ พ่อเอ็งจากไป ก็ไม่เห็นเอ๋งเรียกลุงมาจัดงานฉลองเลย ลุงเลยกะจะมาจัดงานฉลองให้เอ็งเลย จะได้ไม่เหงา เดี๋ยวมีคนมาเยอะเลยนะ” 

 

“พ่อไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน งานเลี้ยงไม่ต้องมี ฉันอยู่อย่างนี้สบายดีแล้ว สวัสดีและลาก่อนลุง” น้องโบว์กล่าวสมเป็นคุณหนูกุลบุรุษ แล้วสะบัดก้นขึ้นบ้านไป

 

ลุงแกนดาบได้แต่ถอนหายใจ แล้วปักหมุดส่งพิกัด GPS หน้าบ้านน้องโบว์ เข้ามือถือคนที่จะมาเจอกันคืนนี้ 

 

------

 

คืนนั้นเองที่น้องโบว์กำลังทอดปลาทูกินกับข้าวเหนียว และน้ำพริกอ๋องก็มีเสียงกระดิ่งหน้าบ้านดัง พอน้องโบว์เปิดประตูถึงกับชงัก ชายร่างเตี้ยแต่ก็ยังสูงกว่าน้องโบว์ จ้องเขม็ง หัวก็ล้านแถมหน้าเหมือนโจรห้าร้อย

ชายแปลกหน้าไม่รอช้าแนะนำ ฉายาตัวเองว่าทวารลิง (Dwalin) รับจ้างเลี้ยงลิงเก็บมะพร้าวพร้อมฉีดยาที่ปักษ์ใต้ แล้วก็เดินดุ๋ยๆ เข้าบ้ายหยิบปลาทูน้องโบว์กินเฉยเลย

 

น้องโบว์ได้แต่อึ๋ง คิดใจใน นี้เราจะโดนฆ่าทั้งๆ ที่ยัง virgin หรือนี้ อยากโทรเรียกตำรวจแต่มือถืออยู่บนโต๊ะกินข้าวหน้าโจรนี้สิ ทำไงดี

แต่แล้วมีเสียงกระดิ้งหน้าบ้านมาอีก น้องโบว์เลยวิ่งไปเปิด หวังว่าคงเป็นพี่ยามเดินตามเวรยาม แต่แล้วก็เป็นชายแปลกหน้าอีกคน เตี้ยเหมือนกัน แก่กว่าหน่อยดูใจเย็น ลุงเตี้ยแนะนำตัวเอาว่า บาร์ริน (Barlin) เป็นบาร์เทนเดอร์แถว RCA แล้วยื่นคูปองส่วนลดให้น้องโบว์ บอกว่าเข้ากรุงมื่อไหร่มาหาได้เลย ว่าแล้วลุงบาร์รินก็เข้าไปหาเฮียหน้าโจรทวารลิง พร้อมทักทายแบบเกมส์พื้นบ้าน หัวล้านชนกัน

น้องโบว์ชักงง หรือว่านี้ร่วมหัวมาปล้น แต่แล้วก็มีกระดิ่งมาอีก

 

คราวนี้มาเป็นคู่ ดูยังไงก็เป็นเด็กช่างกล คนเด็กกว่าแนะนำตัวเองว่า ขี้หลี (Kili) เพราะเป็น Casanova หลีไปเรื่อย เลยชอบโดดเรียนไปมองสาว เลยอยู่ช่วงพักการเรียน ส่วนอีกคนบอกว่าเป็นพี่ฉายา ฟรี้ (Fili) เพราะขี้เซาเอาแต่นอนไม่ไปเรียนเลยโดนพักการเรียนเหมือนกัน

ทั้งสองส่งยิ้มหวานมาที่น้องโบว์ ซึ่งมองยังไงก็ดูหื่นเหลือเกิน จนน้องโบว์เริ่มกลัวแล้วจิตตก

นี้เราจะโดนลงขันเวียนเทียน ก่อนได้แต่งเหรอนี้

 

แต่ลุงแกนดาบก็พลักประตูบ้านมา พร้อมคนตามหลังมาอีกติดๆ ลุงแกนดาบก็แนะนำแต่ละหน่อซึ่งก็เป็นคนแคระทั้งหมด

 

มีตระกูลรถเข็นขายน้ำขายขนม คนนึงชื่อโอเลี้ยง (Ori) คอยเข็นขายโอเลี้ยง ชอบใช้หนังกะติ๊กยิงไล่ลูกค้า เบี้ยวค่าน้ำ โนริ (Nori) ขายสาหร่ายอบกรอบ เกือบเข้าซังเตเพราะพลาดไปขายสาหร่ายเก๋จากจีนแดง และโดรี่ (Dori) เรียกย่อๆจาก โดเรม่อน เพราะเป็นคนขายขนมแป้งทอดที่โดเรม่อนชอบกิน 

 

แล้วก็มี  อวย(Oin) ชอบอวยให้ยกพวกตีกันเป็นที่หนึ่ง กลิ้ง (Gloin) อย่าได้ปล่อยมุขไม่งั้นจะขำกลิ้งไม่หยุด ป๋ำเป๋อ (Bombur) เพราะความจำปลาทอง เลยจำไม่ได้ว่ากินข้าวไปแล้ว เลยกินเอากินเอา ใบเฟียง (Bifur) ชอบใช้ฟันเฟียงเป็นอาวุธไปตีกับโรงเรียนช่างกลอื่น ชอบทำตัวเป็นแนวหน้าเลยได้แผลเป็นควานจามหัวนี้เอง และก็โชเฟอร์ (Bofur) รับจ็อบขับแท็กซี่ หนุ่มโชเฟอร์ยิ้มหวานยักคิ้วให้น้องโบว์ แถมมากุมมือกุมไม้ขอบคุณที่ตอนรับทุกคน น้องโบว์ก็ได้แต่อึ้งหน้าแดง

หลังจากนั้นลุงแกนดาบก็ต้อนทุกคนไปกินข้าว แล้วคุยกับน้องโบว์ ระหว่างที่น้องโบว์วิ่งทำลาบคั่วและนึ่งเข้าเหนียวเพิ่ม

 

“ลุงจ๋าพวกนี้เป็นใคร มาบ้านฉันทำไมเนี้ย.

 

“พวกนี้เป็นเด็กช่างกลที่เคยทำงานให้โรงเหล็กของเจ้าสัวเหมืองแร่ และเป็นลูกน้องคนสนิททายาทเจ้าสัว”

 

“เจ้าสัวห้างทอง (Thror) เหรอลุง เห็นทีวีพูลลงว่า ล้มละลายแล้วตรอมใจตายปีสองปีที่แล้ว”

 

“ก็ไม่เชิงทั้งหมด คือว่า....”

 

ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ

คิดเงินให้ได้ทอง

คิดทองให้ได้เงิน

ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ

 

ช่างกลแคระเริ่มเมาส่งเสียง น้องโบว์เห็นท่าจะไม่ดีเลยวิ่งไปห้ามก่อนเพื่อนบ้านโทรแจ้งตำรวจ ดีที่ใช้จานเหล็ก ไม่งั้นจานชามคงแตกหมดแล้ว ทว่ากระดิ่งหน้าบ้านก็ดังอีก น้องโบว์เลยตระโกนให้ลุงแกนดาบไปเปิดให้แทน

 

“พวกพี่พอได้แล้ว เสียงดังไปแล้วนะ”

 

“แหมน้องก็ พวกพี่แค่อยากสร้างสีสันให้บ้านน้องหน่อย เงี