[Fic] BBC Sherlock : Johnlock, Dust to Dust.

posted on 10 Jun 2014 22:49 by concuben in Not-Mine, Sherlock directory Fiction, Entertainment
สวัสดีค่ะ นี่ไม่ใช่ฟิกเรานะคะ เป็นฟิกของน้องขิม มาฝากโพสท์ค่ะ ใครอ่านแล้วชอบติชมได้เลยนะคะน้องเขาเพิ่งเขียนครั้งแรกค่ะ 
 
------------
สวัสดีฮะ มาแนะนำตัว เราชื่อ ขิม นะ
 
วันนี้เราเอาฟิคที่เราแต่งเองเรื่องแรกมาให้ ไม่รู้ว่าจะถูกใจกันหรือเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องแรกของเรา
 
เรายังแต่งฟิคไม่เก่งเท่าไหร่นะ แค่มือใหม่ฝึกแต่ง เรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นแรกของเราเลยนะ //ย้ำทำไมบ่อย ฮ่าา
 
 
วิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่เลยนะคับ จะแรงจะเบาเรารับได้หมดคับ เราไม่ว่า ^^
 

ส่วนไหนที่ยังไม่ชอบ ก็บอกได้เลยนะคับ จะได้นำไปปรับปรุงใหม่ 
 
 
ฟังเพลงเพื่ออรรถรสนิดๆหน่อยเนอะ 
 
 
ปล.เราเป็นคนฟังเพลงแนวนี้ ถ้าใครไม่ชอบก็ขออภัยด้วยนะคับ 
 
---------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
           “เชอร์ล็อค!!! นายต้องไม่เป็นไรนะ อยู่กับฉันก่อน อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะเชอร์ล็อค” จอห์นบอกกับเชอร์ล็อคที่นอนอยู่ข้างๆเขามาตลอดทางตอนที่ขับรถมาโรงพยาบาล ขับรถเป็นบ้างไม่เป็นบ้างก็ช่างหัวมันประไร  ขืนรอรีเฟอร์ ชาติหน้านู่นแหละกว่าจะได้ไป
 
พอถึงโรงพยาบาลจอห์นก็รีบอุ้มเชอร์ล็อคลงจากรถ แล้ววางเชอร์ล็อคลงบนเตียงฉุกเฉิน “เร็วๆหน่อยสิ ชักช้าแบบนี้ เพื่อนฉันตายพอดี” จอห์นสะโกนใส่บุรุษพยาบาลสองสามคนที่วิ่งหน้าตาตื่นมา
 
“ขอโทษครับ คุณหมอ” บุรุษพยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมเข็นเตียงฉุกเฉินกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางห้องฉุกเฉิน
 
จอห์นวิ่งตามรถพยายามเรียกชื่อเชอร์ล็อค “อย่าเพิ่งเป็นไรไปนะเชอร์ล็อค นายห้ามตายเด็ดขาดนะ”
 
พอถึงหน้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลที่เข้าเวรอยู่ก็วิ่งหน้าตาตื่นมา
“คุณหมอมีอะไรหรือเปล่าคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง เลือดเต็มตัวจอห์นขนาดนั้น
 
“ไม่ต้องมาถามอะไรมาก ผมไม่มีเวลามาอธิบายอะไรตอนนี้ ไปเตรียมชุดผ่าตัดมาให้ผม ผมจะเข้าผ่าตัด” จอห์นสั่งพยาบาลคนนั้น
 
เธอทำหน้างึกๆงักๆ เพราะไม่เคยเห็นหมอผู้อัธยาสัยดี ใครๆก็รัก ใครๆก็ชอบ กำลังโมโห
 
“เร็วๆสิ!!!! ชักช้าขนาดนี้ ใครจะเอาไปทำเมีย ห้ะ!!!” นางพยาบาลสะดุ้ง แล้วรีบวิ่งไปตามคำสั่งของหัวหน้า
 
จอห์นวิ่งเข้าไปในห้องผ่าตัด เพื่อเข้าไปหาเชอร์ล็อคที่นอนอยู่บนเตียงรอผ่าตัด เขาเดินเข้าไปพูดเบาๆที่ข้างหูเชอร์ล็อค
 
“ฉันจะดูแลนายเอง ฉันสัญญา” เขาไม่สนว่าเชอร์ล็อคจะได้ยินคำนั้นหรือเปล่า แต่เขาสัญญาแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เขาต้องทำให้เชอร์ล็อคปลอดภัยให้ได้....
 
 
 
.... ผู้ช่วยหมอกับพยาบาลหลายๆคนต่างทำหน้าตกใจ บ้างก็หันหน้าซุบซิบว่าหมอจอห์นแกเป็นอะไร วันนี้ก็ไม่ใช่เวรแกซะหน่อย ทำไมอยู่ดีดีก็โผล่พรวดพราดเข้ามาในห้องผ่าตัด แถมสีหน้าก็ไม่ค่อยดีด้วย ปรกติผ่าตัดให้เคสอื่น ยังทำหน้าเฉย บางทีก็ปล่อยมุกทั้งทั้งที่คนไข้กำลังจะตายคามือ แค่ไม่อยากให้เครียดกัน หมอเลยอยากปล่อยมุก ฮาบ้างไม่ฮาบ้าง ปะปนกันไป แค่เพิ่มสีสันให้ห้องผ่าตัด เครียดขนาดนี้ หมอก็ประสาทกินพอดี  แต่เคสนี้ไม่มีใครกล้าถามอะไรหมอจอห์น เพราะคนไข้รายนี้คือ 

 
“เชอร์ล็อค โฮล์มส์”  



เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้..

“ปัญญาอ่อนป่ะวะ อยู่ดีดีก็พูดคนเดียว เดี๋ยวๆก็ยิ้ม” เชอร์ล็อคพูดกับจอห์นที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมตัวประจำของเขา
เชอร์ล็อคกำลังนั่งดูซีรีส์ของคุณนายฮัตสันที่เอาให้ ส่วนจอห์นก็นั่งกินบะหมี่
 
“ว่าให้แต่คนอื่น ทีนายยังเคยพูดเลย” จอห์นพูดขึ้น เชอร์ล็อคทำหน้าหงิกหน้างอ ไม่เถียงกล้าอะไร เพราะที่จอห์นพูดมันก็จริง 
 
 
สักพักจอห์นลุกขึ้นแล้วกำลังออกไปนอกบ้านพร้อมกับถุงเศษอาหาร
 
“นายจะไปไหนน่ะ?” เชอร์ล็อคถามขึ้น
 
“เอาข้าวไปให้ลูกแมวเฉยๆ ไม่ต้องตามมาก็ได้” จอห์นบอกเชอร์ล็อค
 
“งืมงืม..” เชอร์ล็อคไม่มอง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ พอจอห์นปิดประตูห้อง เขาก็แอบเดินตามจอห์นลงมาชั้นล่าง จอห์นเดินข้ามถนนไปที่ซอกตึกฝั่งตรงข้ามแฟลต
 
“เมี้ยวเมี้ยว .. มานี่มา ฉันเอาข้าวมาให้พวกแกด้วยนะเจ้าแมวน้อย” จอห์นนั่งยองๆกับพื้นเพื่อเรียกลูกแมวสองสามตัวแถวๆหน้าแฟลต จอห์นกำลังแกะถุงพลาสติกแล้วเทใส่กระดาษแถวๆนั้นให้ลูกแมว จู่ๆก็มีเสียง “ตู้ม!!!” อย่างแรงที่กลางถนน....

จอห์นหันไป เห็นเชอร์ล็อคนอนอยู่กลางถนน จอห์นทิ้งถุงอาหารลงกับพื้นทันทีแล้วรีบวิ่งไปหาเชอร์ล็อคที่นอนจมอยู่กับกองเลือด
 
“เชอร์ล็อค!! นายตามมาทำไม ฉันบอกแล้วไม่ต้องตามมาก็ได้” จอห์นดุเชอร์ล็อคด้วยน้ำเสียงแหบพร่า น้ำตาของจอห์นไหลมาเป็นสาย
 
“ฉันขอโทษ จอห์น...แค่ก แค่ก” เชอร์ล็อคที่นอนอยู่บนตักจอห์นพูดพร้อมกับสำลักเลือด
 
“ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ ฉันจะพานายไปโรงพยาบาล” พูดแล้วจอห์นก็พยุงเชอร์ล็อคอย่างทุลักทุเลไปที่รถแล้วให้เชอร์ล็อคนอนที่เบาะข้างคนขับ
 
“อดทนไว้ก่อนนะเชอร์ล็อค นายอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ อยู่กับฉันก่อน” จอห์นพูดกับเชอร์ล็อคพลางปาดน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าเขา แล้วรีบขี่รถตรงดิ่งไปยังโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่

ในห้องผ่าตัด..
 
 
“นายจะต้องปลอดภัย เชอร์ล็อค” ประโยคสุดท้ายที่จอห์นพูดกับเชอร์ล็อคก่อนจะสวมชุดผ่าตัดอย่างรวดเร็ว
 
 
“มีดล่ะ?” จอห์นถามหามีดเพื่อที่จะผ่าเอาเศษกระจกที่อยู่ตรงท้องของเชอร์ล็อคออก
 
“อดทนหน่อยนะเชอร์ล็อค” เขาพึมพำกับตัวเอง
 
 
“ชีพจร?” จอห์นถามอีกครั้ง
 
“ปกติค่ะ” ผู้ช่วยแพทย์ตอบพร้อมกับซับเหงื่อให้กับจอห์น 
 

“ฉันขอโทษ จอห์น..” เสียงของเชอร์ล็อคยังคงดังก้องอยู่ในหัวของจอห์น
 
“นายไม่ต้องมาขอโทษอะไรทั้งนั้นเลยเชอร์ล็อค คำขอโทษมันไม่มีประโยชน์หรอก ถ้าพูดแล้วนายจะต้องไปจากฉัน” จอห์นคิดในใจ
 
 
 
“ตอนนี้มีแค่นายเท่านั้นที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน..” จอห์นพูดกับตัวเอง 

 
 
 
...การผ่าตัดยังดำเนินต่อไปราวๆ สามชั่วโมง…

“เชอร์ล็อคปลอดภัยแล้ว..” จอห์นยิ้มน้อยๆให้กับตัวเอง
 
“ดีใจด้วยนะคะคุณหมอ เพื่อนคุณหมอปลอดภัยแล้ว” พยาบาลหนึ่งในทีมแพทย์พูดขึ้นมา
 
“ขอบคุณมากนะทุกคนที่ช่วยเพื่อนผม” จอห์นคลี่ยิ้มบางๆให้กับทีมแพทย์ 
 
 
 
 
 
 

ห้อง 221 : 
    
       ชื่อ : เชอร์ล็อค โฮล์มส์ 
       อายุ : 37 ปี
       แพทย์ : นายแพทย์จอห์น วัตสัน

 
 
เชอร์ล็อคค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆทีละข้าง เขาพบว่าตัวเองอยู่ภายในห้องสีขาวทรงสี่เหลี่ยม ด้านนอกเป็นต้นไม้สูงใหญ่ ดวงอาทิตย์กำลังขึ้น เขาพบว่าที่ขาและแขนของเขามีอะไรสีขาวๆแข็งๆหุ้มอยู่ เขาเหลือบไปทางมือด้านขวาของเขาที่วางอยู่ข้างลำตัวพร้อมกับมีใครบางคนฟุบนอนกุมมือของเขาเอาไว้ ตอนนี้สมองของเขาเบลอไปหมด ไม่พร้อมที่จะอนุมานอะไรทั้งนั้น
 
เชอร์ล็อคกระตุกนิ้วน้อยๆพอให้คนคนนั้นรู้สึกตัว เขาเงยหน้าขึ้น เชอร์ล็อคตกใจเล็กน้อยกับคนตรงหน้า 
 
 
 
“อ่าว..เชอร์ล็อค ตื่นแล้วเหรอ? ยังเจ็บแผลอยู่ไหม? อย่าเพิ่งขยับเยอะนะ” จอห์นรีบถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งทั้งที่ตัวเองเพิ่งตื่น ใต้ตาของเขาดำคล้ำ เพราะว่าไม่ได้นอนทั้งคืน 
 
 
 
“ฉันอยู่ไหนเนี่ย? โอ้ยย” เชอร์ล็อคถามงงๆ แล้วหันไปมารอบทิศ จนคอเขาลั่นดักก๊อก
 
“หันเบาๆสิ เดี๋ยวก็คอหักหรอก” จอห์นเอ็ดเชอร์ล็อคแล้วรีบเอามือไปประคองคอเชอร์ล็อคไว้
 
“ตอนนี้นายอยู่โรงพยาบาล นายปลอดภัยแล้วแหละ” จอห์นบอกเชอร์ล็อค
 
“แต่.. นายจะซ่าเหมือนเดิมไม่ได้หลายวันเลย ดูสิ.. ทั้งแขนหัก ขาหัก คอเคล็ด เศษกระจกบาดท้อง ดีนะมันไม่บาดลึกกว่านี้ ไม่งั้นนายอาจจะตายไปแล้วก็ได้” จอห์นยิ้มเยาะ เอานิ้วจิ้มเฝือกเชอร์ล็อคเบาๆ 
 
 
“แหม๋ มาทำเป็นพูด ทีตอนนั้นห้ามไม่ให้ฉันตาย” เชอร์ล็อคทำเสียงจิ๊จ๊ะ เบะปาก แล้วหันหน้าไปทางอื่น
 
 
“โอ๋โอ๋ แค่นี้ก็งอน” จอห์นปัดปอยผมที่อยู่บนหน้าเชอร์ล็อค
 
“งั้นนอนพักผ่อนเถอะ ฉันไม่กวนละ” จอห์นบอกกับเชอร์ล็อคแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
 
 
“เดี๋ยวผมกลับมานะ ผมจะกลับไปที่แฟลตหน่อย ผมไปเตรียมของมาเฝ้าเชอร์ล็อคน่ะ” จอห์นบอกกับพยาบาลเวร
ที่มาเช็คอาการเชอร์ล็อค
 
“ค่ะ ได้ค่ะ คุณหมอไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวฉันดูแลเอง” พยาบาลบอกกับจอห์น
 
 
“ขอบคุณครับ” พูดจบ จอห์นก็รีบวิ่งไปที่ลิฟท์ รีบขึ้นรถกลับไปที่แฟลต


 
 
“ขอโทษนะคะที่รบกวน.. ฉันมาเช็คอาการให้คุณน่ะ” พยาบาลบอกกับเชอร์ล็อคที่นอนเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง
 
“จอห์นไปไหน?” เชอร์ล็อคเบือนหน้าไปทางอื่น
 
 
“คุณหมอ ไปเตรียมของมาเฝ้าไข้คุณน่ะค่ะ” พยาบาลตอบเชอร์ล็อคแล้วเดินมาเช็คอาการของเชอร์ล็อค จดอะไรบางอย่างลงในใบบันทึกผล
 
 
“เมื่อคืนนี้ หลังจากคุณหมอเขาผ่าตัดให้คุณเสร็จ ก็นั่งเฝ้าคุณทั้งคืนเลย ฉันก็บอกว่าจะดูแลคุณให้ แต่หมอเขาก็ไม่ฟัง เอาแต่นั่งเฝ้าคุณจนถึงเช้า เมื่อกี้เพิ่งกลับไป เดี๋ยวสักพักหมอก็คงมาจะแล้วแหละค่ะ” พยาบาลที่เฝ้าไข้แทนจอห์นพูดต่อหลังจากเช็คอาการของเชอร์ล็อคเรียบร้อย 
 
 
“อืม.. ผมขออยู่คนเดียวได้ไหม?” เชอร์ล็อคคลี่ยิ้มน้อยๆให้กับพยาบาลแทนการขอบคุณ
 
 
“ค่ะ ถ้ามีอะไรให้เรียกนะคะ ฉันจะอยู่ที่หน้าห้องของคุณนะคะ” พยาบาลยิ้มแล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เชอร์ล็อคนอนอยู่ที่ห้องคนเดียว
 
 
เชอร์ล็อคนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย นึกย้อยไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ จู่ๆเขาก็เกิดปวดหัวจี๊ดขึ้นมา จอห์นเดินเข้ามาในห้องพอดี 
 
 
“เชอร์ล็อค??” จอห์นหน้าตาร้อนรน วิ่งเข้ามาหาเชอร์ล็อค
 
 
“ฉันปวดหัว จอห์น!” เชอร์ล็อคหลับตาแล้วเอามือข้างขวากุมหัวของตัวเองอย่างแรง
 
 
“อย่าเพิ่งคิดอะไรมากๆตอนนี้นะเชอร์ล็อค นอนพักก่อน” จอห์นค่อยๆดึงมือของเชอร์ล็อคออกจากหัว แล้วปรับเตียงของเชอร์ล็อคลง 
 
 
“ขอบคุณมากนะจอห์น ที่ดูแลฉันเป็นอย่างดี ถ้าฉันไม่มีนาย ฉันคงตายไปแล้ว…” เชอร์ล็อคเอื้อมมือไปจับมือของจอห์นไว้แล้วฝืนยิ้มให้จอห์น
 
 
“ไม่เป็นไรหรอก นายเองก็เป็นเพื่อนฉัน ทำไมฉันจะไม่ช่วยนายล่ะ” จอห์นพูดแล้วยิ้มให้กับเชอร์ล็อค เชอร์ล็อคค่อยๆหุบยิ้ม เขารู้สึกผิดหวังเล็กๆกับคำพูดของจอห์นที่เพิ่งพูดออกไป แค่เพื่อนเองเหรอ?
 
 
“อืม.. นายเองก็ไปพักบ้างนะ ดู